รากฟันเทียม มีประโยชน์อย่างยิ่ง กับผู้ที่สูญเสียฟัน

การทำรากฟันเทียมนั้นช่วยแก้ปัญหาให้ผู้ที่สูญเสียฟันให้มีฟันที่เหมือนธรรมชาติมากที่สุดและช่วยให้คุณใช้ชีวิตประจำได้ปกติ โดยไม่ต้องกังวลว่าฟันจะหลุดหรือเคลื่อนการทำรากฟันเทียมนั้นค่อนข้างที่จะมีค่าใช้จ่ายที่สูง  อยู่พอสมควรดังนั้นก่อนที่ทำรากฟันเทียมเราต้องศึกษาหาข้อมูลให้ดี

 

รากฟันเทียมเหมาะกับใคร

การทำรากฟันเทียมนั้นช่วยให้การบดเคี้ยวของคุณทำได้อย่างสมบูรณ์เหมือนฟันแบบธรรมชาติ โดยทั่วไปการทำ รากฟันเทียมนั้น สามารถทำได้กับทุกคนที่มีปัญหาเรื่องการสูญเสียฟัน และบุคคลดังต่อไปนี้

1.คนที่สูญเสียฟัน แต่ไม่ต้องการใส่ฟันปลอมแบบถอดได้

2.ผู้ที่เคยใส่ฟันปลอมแบบถอดได้แล้วไม่พอใจกับการรักษาแบบเดิม

รากฟันเทียมเชียงใหม่

 

ผู้ที่ไม่เหมาะสมกับการทำรากฟันเทียม

1.ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เพราะผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีนั้นการทำงานของกระดูกขากรรไกรจะยังไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่

2.ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายไม่พร้อม เพราะมีความเสี่ยงต่อการรักษารากฟัน เช่น ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน  ความดันโลหิตสูงโรคปริทันต์ มะเร็ง ลูคิเมีย เป็นต้น ผู้ป่วยเหล่านี้จะทำให้การทำรากฟันเทียมนั้นทำได้ยากและมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดผลแทรกซ้อนระหว่างการรักษาได้

3.ผู้ที่มีปัญหาทางด้านสติปัญญาไม่เหมาะกับการทำรากฟันเทียม เนื่องจากการใส่รากฟันเทียม นั้นจะต้องได้รับการผ่าตัด ผู้ที่มีปัญหาทางด้านสติปัญญาอาจเกิดการต่อต้านและไม่สามารถที่จะดูแลรักษาสุขภาพช่องปากระหว่างการรักษาได้

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำรากฟันเทียม

 

1.เมื่อทำรากฟันเทียมแล้วจะสามารถอยู่ได้นานเท่าไหร่

ตอบ  อายุการใช้งานของรากฟันเทียมนั้น สามารถอยู่ได้นานมากกว่า 10 ปีหรือบางคนอาจมากกว่านี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่การการรักษาสุขภาพช่องปากของผู้ที่ทำการรักษา

 

2.เมื่อทำรากฟันเทียมแล้วต้องดูแลสุขภาพช่องปากอย่างไร

ตอบ  การดูแลสุขภาพช่องปากของผู้ที่ทำรากฟันเทียมนั้น ก็เหมือนกับการดูแลสุขภาพช่องปากของคนฟันปกติทั่วๆไปคือ การแปรงฟันให้สะอาด การใช้ไหมขัดฟัน หรือ น้ำยาบ้วนปาก และเข้าพบทันตแพทย์เพื่อทำการตรวจสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ว่าเมื่อใส่รากฟันเทียมฟันจะไม่ผุ แต่หากดูแลสุขภาพช่องปากไม่ดีก็จะทำให้เกิดเหงือกอักเสบได้

รากฟันเทียมเชียงใหม่

การทำรากฟันเทียม ค่อนข้างที่จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงผู้ที่ต้องการทำการรักษาต้องหาคลินิกทันตกรรมที่มี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ แต่เมื่อทำแล้วก็เรียกว่าคุ้มค่าและสะดวกสบายมากกว่าการใส่ฟันปลอมแบบถอดดังนั้น การใส่รากฟันเทียมจึงเป็นที่นิยมมากขึ้น

ทันตกรรมเชียงใหม่

ถ้าอยากมีสุภาพในช่องปากที่แข็งแรง ต้องทำอย่างไรบ้าง

คนเราต้องรับประทานอาหารกันทุกวัน วันละหลายครั้ง ดังนั้นการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะช่วยป้องกันโรคต่างๆที่เกี่ยวกับปากและฟันได้ เช่น โรคเหงือก ฟันผุ หรือปัญหากลิ่นปากที่หลายคนคงไม่อยากให้เกิดขึ้น เราจึงต้องดูแลสุขภาพช่องปากและฟันให้ถูกวิธี และไปหาทันตกรรมเชียงใหม่เมื่อต้องการตรวจเช็คและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับปากและฟัน เรามาดูวิธีการดูแลช่องปากกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

1.เลือกแปรงสีฟันที่ดี ควรเลือกแปรงสีฟันที่มีขนแปรงอ่อนนุ่ม ปลายเรียงแหลม สามารถซอกซอนทำความสะอาดได้ทุกซอกทุกมุม โดยเข้าไปถึงด้านในกระพุ้งแก้ม มีด้ามจับที่กระชับมือ และมีขนาดที่พอดีกับช่องปากของเรา โดยควรเปลี่ยนแปรงสีฟันทุกๆ 3 เดือน เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรียที่อยู่ในขนแปรง และเพื่อให้การทำความสะอาดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

2.แปรงฟันอย่างถูกวิธี การแปรงฟันแรงๆ ไม่ได้ช่วยทำให้ฟันสะอาดขึ้น แต่จะทำให้ฟันสึกและเหงื่อร่อนได้ง่าย การแปรงฟันที่ถูกวิธีควรแปรงเบาๆ โดยวางแปรงทำมุม 45 องศากับแนวเหงือก ปัดขึ้นลงทั้งด้านนอกและด้านใน และอย่าลืมแปรงที่ลิ้นเพื่อขจัดกลิ่นปากด้วย

ทันตกรรมเชียงใหม่

3.ใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ ฟลูออไรด์นั้นจำเป็นและมีประโยชน์อย่างมากสำหรับสุขภาพช่องปากและฟัน เพราะช่วยป้องกันฟันผุได้ เพิ่มความทนทนต่อกรดที่เกิดจากคราบน้ำตาลและแบคทีเรียบนผิวฟัน ทั้งยังเพิ่มความแข็งแรงไม่ให้ฟันสึกหรอได้ง่ายอีกด้วย ซึ่งเราสามารถขอทันตแพทย์จ่ายยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เข้มข้นจากทันตกรรมเชียงใหม่ได้

4.ใช้น้ำยาบ้วนปาก การแปรงฟันอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง เราจึงต้องใช้ตัวช่วย นั้นก็คือน้ำยาบ้วนปากนั่นเอง ซึ่งจะสามารถทำความสะอาดได้ทุกซอกทุกมุม แถมยังช่วยป้องกันฟันผุ ยับยั้งแบคทีเรีย และลดกลิ่นปากหลังรับประทานอาหารได้อีกด้วย

ทันตกรรมเชียงใหม่

5.ใช้ไหมขัดฟัน ไหมขัดฟันจะเป็นตัวช่วยอย่างดี สำหรับการทำความสะอาดในบริเวณที่ฟันชิดกันมาก ซึ่งแปรงสีฟันอาจเข้าไม่ถึง ไหมขัดฟันจะช่วยขจัดเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกต่างๆ ในช่องปาก และช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นปาก ฟันผุ และโรคเหงือกนั่นเอง

6.ใช้แปรงสำหรับซอกฟัน สำหรับใครที่จัดฟัน จะต้องมีตัวช่วยพิเศษ นั่นก็คือแปรงทำความสะอาดสำหรับซอกฟัน ซึ่งช่วยขจัดเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟันและเหล็กดัดฟันได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะมีขนาดเล็กและขนที่อ่อนนุ่ม ช่วยให้ช่องปากและฟันสะอาดยิ่งขึ้น

7.ไปพบทันตแพทย์เป็นประจำ ถึงแม้ว่าเราจะมั่นใจว่าทำความสะอาดช่องปากและฟันเป็นอย่างดีแล้ว แต่ก็ต้องไม่ลืมไปพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือนหรือ 1 ปี เพื่อตรวจเช็คสุขภาพของช่องปาก หากมีปัญหาก็จะได้รับการรักษาหรือแก้ไขจากทันตกรรมเชียงใหม่ได้ทันที

ทันตกรรมเชียงใหม่

นี่เป็นวิธีต่างๆ ที่ทำให้คุณมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี ซึ่งสามารถเรียนรู้และนำไปใช้ได้ทุกคน และอย่าลืมเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ผักผลไม้ต่างๆ เพราะช่วยในการขัดฟัน เลี่ยงรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลมาก เพราะจะทำให้ฟันผุ และควรงดสูบบุหรี่ เพื่อให้มีกลิ่นปากที่หอมสะอาดสดชื่นตลอดวัน