ทันตกรรมเชียงใหม่

คลินิก ทันตกรรมเชียงใหม่ ให้บริการทุกปัญหาฟันแบบครบวงจร

ฟันผุเป็นปัญหาฟันพื้นฐานที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งการรักษาทำได้ไม่ยากโดยการอุดฟันนั่นเอง แต่ว่าการอุดฟันก็มีหลายประเภทขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา แต่ว่าถ้าใครสนใจที่จะอุดฟันแล้วอยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการอุดฟันว่ามีอะไรกันบ้าง ttdcdental ทันตกรรมเชียงใหม่ ได้นำข้อมูลดีๆมาฝากคุณผู้อ่านกันค่ะ

การอุดฟัน

การอุดฟัน (Dental Filling) คือการรักษาฟันที่มีปัญหาฟันผุจนเป็นโพรงหรือรู หรือประสบอุบัติเหตุจนฟันบิ่นแตก โดยการใช้วัสดุสังเคราะห์เข้าไปทดแทนเนื้อฟันที่เสียไป เพื่อคงความสามารถในการบดเคี้ยวอาหาร การกลืน รวมไปถึงการพูดจาและการยิ้มด้วย โดยทันตแพทย์จะพยายามรักษาให้ฟันกลับมามีรูปร่างใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด

ทันตกรรมเชียงใหม่

 

การอุดฟันมีกี่ประเภท

วัสดุที่นำมาใช้อุดฟันมีหลายประเภทการจะเลือกใช้วัสดุประเภทใดนั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา ดังนี้

อมัลกัม (Amalgam) เป็นวัสดุอุดฟันที่นิยมใช้กันมากที่สุดและใช้กันมายาวนานมากกว่า 100 ปี เพราะใช้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ราคาไม่แพง มีความทนทานต่อการบดเคี้ยวมากพอสมควร มีอายุการใช้งาน 10-15 ปี อมัลกัมนั้นเป็นโลหะที่ถูกผสมขึ้นจากดีบุก เงิน ปรอทหรือโลหะอื่นๆตามความเหมาะสม แต่ว่าจะนิยมอุดฟันซี่ที่อยู่ด้านในมากกว่าด้านหน้าเพราะโลหะมีสีเงินเข้ม จึงมองเห็นได้ง่ายและมีผลด้านความสวยงาม รวมทั้งสีของอมัลกัมจะแทรกซึมเข้าไปที่เนื้อฟันบริเวณอื่นได้และกำจัดออกได้ยาก จึงไม่นิยมอุดฟันซี่หน้านั่นเอง

คอมโพสิตเรซิน เป็นวัสดุอุดฟันสีคล้ายฟันธรรมชาติ มีความคงทนต่ำกว่าอมัลกัม มีอายุการใช้งานประมาณ 10 ปี สามารถสะสมคราบจากการดื่มชา กาแฟหรือทานอาหารอื่นๆได้เหมือนฟันธรรมชาติ แต่เพราะมันมีสีที่กลมกลืน จึงนิยมมาใช้อุดฟันหน้า จะได้มองไม่เห็นวัสดุอุดฟัน

ทอง เป็นวัสดุที่มีราคาสูง และใช้งานยาก แต่เนื่องจากมีความทนทานมาก สามารใช้งานได้นานถึง 20 ปีเป็นอย่างน้อย มีความสวยงามกว่าอมัลกัมและยังไม่เสี่ยงต่อการเป็นสนิม จึงทำให้คนไข้บางคนชอบที่จะอุดฟันด้วยทอง

ทันตกรรมเชียงใหม่

ใครที่กำลังประสบปัญหาฟันผุ อยากอุดฟันแต่ยังกลัวๆกล้าๆอยู่ แนะนำให้มาที่Tooth Time Dental Clinic คลินิกทันตกรรมเชียงใหม่ที่มีเครื่องไม้เครื่องครบวงจร ไม่ต้องกลัวเจ็บเพราะหมอใจดี มือเบามาก ถ้าคนไข้กลัวมากจะเลือกฉีดยาชาก็ได้เช่นกัน การอุดฟันเป็นการทำหัตถการที่ง่าย ไม่น่ากลัว แทบไม่มีความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงใดๆเลย ดังนั้นใครที่ฟันผุแนะนำให้รีบไปรักษา อย่ามัวปล่อยเอาไว้ให้ฟันผุจนโพรงจนเกินเยียวยา ไม่อย่างนั้นอาจจะสูญเสียฟันได้ ซึ่งเมื่อเสียฟันไปแล้ว การทำฟันใหม่นั้นมีราคาสูงกว่าการอุดฟันอย่างแน่นอน อย่าไรก็ตามถึงแม้การอุดฟันจะช่วยรักษาโรคฟันผุได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าฟันซี่เดิมจะไม่ผุอีก เพราะถ้าดูแลสุขภาพช่องปากไม่ดี อาจเกิดฟันผุที่บริเวณขอบวัสดุอุดฟันหรือฟันซี่อื่นๆได้

ทันตกรรมเชียงใหม่

จัดฟันแบบใส Invisalign คืออะไร แล้วมีข้อดีอย่างไร

การจัดฟันแบบใส หรือ การจัดฟัน invisalign กำลังเป็นที่นิยมกันมากในคลินิก ทันตกรรมเชียงใหม่ เพราะช่วยให้คุณมีบุคลิคที่ดีกว่า ยิ้มได้มั่นใจกว่าการจัดฟันแบบเดิมที่ต้องใส่เหล็ก และการจัดฟันแบบใสยังดูแลรักษาง่ายกว่าเพราะสามารถถอดได้ เราไปดูกันดีกว่าว่าการจัดฟันแบบ Invisalign ดียังไง

เทคโนโลยีของการจัดฟัน Invisalign คือเครื่องมือการจัดฟันแบบใสที่ถูกนำเข้ามาจากอเมริกาผู้เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะ ถือเป็นเจ้าแรกที่เป็นผู้นำของการจัดฟันแบบใส โดยการสร้างภาพเป็นสามมิติเพื่อช่วยสร้างชุดเครื่องมือการจัดฟันเฉพาะของแต่ละบุคคล จึงทำให้มีความแม่นยำมากและสะดวกรวดเร็ว ดูแลรักษาง่าย Invisalign ทำมาจากพลาสติกผิวเรียบ มีสีที่ใสจนแทบมองไม่เห็น ฟันของคุณจะค่อยๆเคลื่อนเข้าที่ตามตำแหน่งที่ทันตแพทย์วางแผนการรักษาไว้ แม้แต่ฟันที่แก้ยากก็สามารถรักษาได้

ทันตกรรมเชียงใหม่

 

ประโยชน์ของการจัดฟัน Invisalign มีดังนี้

  1. เพราะเป็นแบบใสจึงมองไม่เห็นเครื่องมือ ซึ่งต่างจากการจัดฟันแบบเดิม จึงช่วยเสริมบุคคลิคให้กับคุณ โดยเฉพาะถ้าต้องทำงานที่เกี่ยวกับการพูด การพบปะผู้คน แทบไม่มีใครเห็นเลยว่าคุณจัดฟันอยู่
  2. สะดวกเวลารับประทานอาหารหรือแปรงฟัน เครื่องมือจัดฟันแบบใส Invisalign สามารถถอดออกได้เวลารับประทานอาหารหรือทำความสะอาดช่องปาก
  3. ไม่ระคายเคืองช่องปาก ไม่ต้องติดเหล็กจึงลดการระคายเคืองของเหงือกได้มากกว่าเครื่องมือการจัดฟันทั่วไป
  4. สุขภาพฟันที่ดีและสะอาด เพราะการจัดฟันแบบใสคุณสามารถทำความสะอาดช่องปาก แปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟันได้ปกติ ช่องปากจึงสะอาดกว่าการจัดฟันแบบทั่วไป
  5. ประหยัดเวลาไม่ต้องพบแพทย์บ่อยๆ

 

การจัดฟันแบบ Invisalign เหมาะกับใคร

  1. ผู้ที่มีฟันห่างกัน
  2. ผู้ที่มีฟันซ้อนกัน หรือมีฟันเก
  3. ผู้ที่เคยจัดฟันแบบดั้งเดิมมาแล้วไม่ได้ใส่รีเทนเนอร์
  4. ผู้ที่ต้องทำงานพบปะผู้คน ต้องการสร้างความมั่นใจเวลายิ้ม

 ทันตกรรมเชียงใหม่

การจัดฟันแบบใสกำลังเป็นที่นิยมมากซึ่งมีการในคลินิกทันตกรรมเชียงใหม่ แทบทุกที่และมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการจัดฟันทั่วไปแต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ถือว่าคุ้มค่ามาก หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกการจัดฟันใส Invisalign นะคะ

จัดฟันเชียงใหม่

จัดฟันเชียงใหม่ ช่วยทำให้หน้าเรียวสวยขึ้น กระแสแฟชั่นฟันที่กำลังมาแรง

เวลาที่เราเห็นคนที่มีฟันเรียงตัวสวย เรามักจะนึกถึงคนที่ผ่านการจัดฟันมาแล้ว โดยในสมัยก่อนการที่จะมีฟันที่เรียงตัวสวยได้นั้น คนที่มีฟันเช่นนี้ มักจะมีฟันที่เรียงตัวสวยมาแล้วตั้งแต่เกิดไม่ได้มีการผ่านมือหมอมาก่อนแต่อย่างใด แต่ในสมัยนี้การจัดฟันเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ผู้คนสามารถเข้าถึงสถานที่รับจัดฟันได้มากขึ้น ทำให้กระแสการจัดฟันดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แม้กระทั่งการ จัดฟันเชียงใหม่ ก็เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง จนเกิดกระแสแฟชั่นฟันเหล็กขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเด็กๆวัยรุ่นนักเรียน มีค่านิยมและความชื่นชอบในการจัดฟันเป็นอย่างมาก บ้างก็ว่า ทำให้หน้าเรียวสวยขึ้น บ้างก็เพื่อลดความอ้วน หรือเพื่อคุมปริมาณการทานอาหารของตนจากการจัดฟัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อความมั่นใจของตนเอง

จัดฟันเชียงใหม่

การจัดฟันเชียงใหม่กลายเป็นแฟชั่นไปแล้วในขณะนี้เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ไม่แพง สามารถเข้าถึงได้และแต่ละสถานที่ยังสามารถแบ่งจ่ายได้ในระหว่างเดือน ทำให้หลายๆคนตัดสินใจจัดฟันกัน โดยส่วนใหญ่มักจะเริ่มจัดฟันกันตั้งแต่ อายุ 11 ปีขึ้นไป เนื่องจากเป็นวัยที่ฟันแท้ขึ้นครบแล้ว ส่วนระยะเวลาในการจัดฟัน ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะฟันของแต่ละคน โดยราคาจัดฟันจะอยู่ที่ราวๆ  30,000 –  100,000 บาทขึ้นไปแล้วแต่ประเภท ซึ่งการจัดฟันมีทั้งหมด 3 ประเภท ดังนี้

1.การจัดฟันแบบโลหะธรรมดา (Bracket Brace) คือ  การจัดฟันแบบยางสี โดยจะติดอุปกรณ์จัดฟันลงบนผิวฟัน ที่เราพบเห็นกันบ่อยๆ การจัดฟันแบบนี้ราคาจะไม่สูงมาก

2.การจัดฟันแบบดามอน (DAMON System) การจัดฟันแบบนี้จะเหมาะกับคนที่กลัวความเจ็บ เครื่องมือจัดฟันจะช่วยให้การเคลื่อนตัวของฟันเป็นไปอย่างนุ่มนวล ระคายเคืองช่องปากน้อย และสามารถทำความสะอาดฟันได้ง่าย ที่สำคัญไม่ต้องพบแพทย์บ่อย การจัดฟันชนิดนี้ราคาจะสูงกว่าแบบโลหะธรรมดา

3.การจัดฟันแบบใส หรือที่เรียกว่า การจัดฟันแบบไม่ติดเครื่องมือ การจัดฟันแบบนี้แบ่งได้เป็นสองแบบ คือ

  • การจัดฟันใสแบบถอดได้ (Clear Aligner) เป็นการจัดฟันที่เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องฟันไม่เยอะมาก  หรือผู้ที่เคยผ่านการจัดฟันมาแล้ว แต่ไม่ได้ดูแลอย่างสม่ำเสมอหลังการจัดฟัน ทำให้ฟันเคลื่อนตำแหน่ง
  • การจัดฟันใสแบบอินวิสไลน์ (Invislign) การจัดฟันแบบนี้เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการติดเครื่องมือจัดฟันและไม่มีเวลามาพบแพทย์ ทั้งยังช่วยลดโอกาสเกิดฟันผุ โดยสามารถถอดออกขณะแปรงฟันได้ การจัดฟันแบบนี้จะมีราคาที่สูงกว่าการจัดฟันประเภทอื่นๆอยู่มาก เนื่องจากเป็นการทำขึ้นโดยแล็ปของต่างประเทศ

จัดฟันเชียงใหม่

ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนการจัดฟันเชียงใหม่ ควรปรึกษากับทันตแพทย์ที่เชี่ยวชาญและเชื่อถือได้ หรือหาสถานที่ๆน่าเชื่อถือ ก่อนการรับการรักษา เพื่อการรักษาและคำแนะนำในระหว่างการจัดฟันที่ถูกต้อง จะได้มีฟันที่เรียงตัวสวย และยิ้มได้อย่างมั่นใจ

จัดฟันแบบใส เชียงใหม่

ฟันสวยไม่ใช่เพียงแค่ฝันอีกต่อไป คุณเองก็มีได้แค่ จัดฟันแบบใส เชียงใหม่

ฟันสวยๆ ใครว่าเป็นเรื่องยาก ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวไกล การจัดฟันแบบใส เชียงใหม่ สามารถทำได้ง่ายและดีกว่าแต่ก่อนมาก ทั้งยังมีตัวเลือกรูปแบบการจัดฟันที่หลากหลาย เพื่อช่วยในการตัดสินใจก่อนการจัดฟัน การจะมีฟันสวยๆได้ แต่ก่อนนั้น มีเพียงการจัดฟันแบบโลหะธรรมดา ซึ่งเป็นที่นิยมมากในกลุ่มเด็กนักเรียนวัยรุ่น เนื่องจากมีสีสันสดใส สามารถเลือกสีได้หลากหลายตามใจชอบ เป็นกระแสแฟชั่นอยู่พักหนึ่งที่เรียกกันว่า  ‘ฟันเหล็กเด็กแนว’ จนถึงขนาดที่มีนักร้องนำมาแต่งเป็นเพลงและมีชื่อเสียงโด่งดังในยุคนั้น หากแต่การจัดฟันแบบนี้ต้องแลกมากับการปวดตึงในระหว่างการจัดฟัน และเป็นการจัดฟันที่ค่อนข้างยาวนานซึ่งก็แล้วแต่ลักษณะฟันของแต่ละคน อย่างน้อยๆก็ประมาณ 2 ปีขึ้นไป อย่างที่กล่าวข้างต้น การจัดฟันมีการพัฒนาไปเป็นอย่างมาก มีรูปแบบให้เลือกหลากหลาย ทั้งประหยัดเวลา และการดูแลรักษาช่องปากก็สามารถทำได้ดีในระหว่างการจัดฟัน  ซึ่งการจัดฟันลักษณะนี้กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มวัยรุ่น ดารา เน็ตไอดอล อยู่ในขณะนี้

จัดฟันแบบใส เชียงใหม่

การจัดฟันแบบใส เชียงใหม่นี้เป็นการจัดฟันที่ออกแบบมาเพื่อช่วยในเรื่องของการเรียงตัวของฟัน โดยที่ไม่มีลวดเหล็ก เหมือนการจัดฟันแบบโลหะธรรมดา แถมยังใช้เวลาค่อนข้างน้อยในการจัดฟัน  ซึ่งจะเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของฟันเพียงเล็กน้อย อาจจะมีปัญหาเพียงบางซี่ หรือเคยจัดฟันมาก่อนแล้วแต่ไม่ได้ดูแลอย่างสม่ำเสมอหลังการจัดฟันเสร็จ ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้จัดนี้อาจจะมีลักษณะคล้ายๆฟันยางที่นักมวยใช้ก่อนขึ้นสังเวียน แต่สิ่งที่ใช้จัดฟันนี้คือสิ่งที่เรียกกันว่า พอลิเมอร์ ซึ่งทางสถานที่ให้บริการจะออกแบบมาสำหรับจัดฟันของแต่ละบุคคล

จัดฟันแบบใส เชียงใหม่

โดยจะนำสิ่งนี้มาครอบลงที่ฟันตามการเรียงตัวของฟัน ก่อนการจัดฟัน ทันตแพทย์จะทำการประเมินและตรวจเช็คลักษณะของฟันก่อนการรักษา เพื่อที่จะหาแนวทางในการปรับรูปฟันที่ถูกต้อง หลังจากนั้นค่อยนำเครื่องมือที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคลมาใส่ แต่การจัดฟันแบบใสนี้ จะต้องเปลี่ยนใหม่ทุกๆ 2 สัปดาห์ ตามลำดับขั้นตอน  โดยใช้ระยะเวลาระหว่างการจัดฟันราวๆ 1.5 ปี หรืออาจน้อยกว่านั้นในบางกรณี

ข้อดีของการจัดฟันแบบนี้คือ สามารถถอดเครื่องมือที่ครอบฟันออกก่อนรับประทานอาหาร หรือถอดทำความสะอาดก่อนการแปรงฟันได้ ทำให้ลดการสะสมของเศษอาหาร และการเกิดแบคทีเรียในช่องปากซึ่งเป็นที่มาของฟันผุในระหว่างการจัดฟัน ค่าใช้จ่ายในการจัดฟันแบบใสนี้จะอยู่ที่ราวๆ 60,000 – หลักแสนขึ้นไปตามโปรแกรมการจัดฟันของสถานที่ให้บริการ

จัดฟันแบบใส เชียงใหม่

การจัดฟันแบบใส เชียงใหม่นี้สามารถทำให้ฟันสวยได้ ใช้เวลาน้อยกว่าการจัดฟันแบบโลหะธรรมดา ระคายเคืองช่องปากน้อย และยังมีสุขภาพช่องปากที่ดีได้ในช่วงการจัดฟัน  อาจต้องแลกมาในราคาที่สูงสักหน่อย แต่ว่าการจัดฟันในรูปแบบนี้ ก็น่าสนใจและคุ้มค่ามากเลยทีเดียว

รากฟันเทียม เชียงใหม่

รากฟันเทียม เชียงใหม่ ช่วยทดแทนฟันจริงที่หลุด หรือเสียหายไป

ให้คุณเปิดเผยรอยยิ้มได้อย่างมั่นใจด้วยรากฟันเทียม เมื่อคุณได้สูญเสียฟันธรรมชาติของคุณไปอาจจะทำให้การใช้งานไม่สามารถทำได้อย่างปกติ เช่น การเคี้ยวอาหาร การออกเสียงพูด เสียบุคลิกภาพและความมั่นใจ โดยเฉพาะการูญเสียฟันซี่หน้า รากฟันเทียมจะเข้ามาช่วยคุณให้สามารถใช้ฟันได้อย่างปกติ และเรียกความั่นใจกลับคืนมาด้วยรอยยิ้มสวยๆ ปัจจุบันคุณสามารถเข้ารับการรักษาทำรากฟันเทียมได้ง่ายๆใกล้บ้านเพราะมีคลีนิคที่รับทำอยู่มากมาย ไม่วาจะเป็น รากฟันเทียม เชียงใหม่ และอีกหลายที่ทั่วประเทศ

 

รากฟันเทียมคืออะไร?

รากฟันเทียมคือ รากฟันที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทดแทนรากฟันธรรมชาติที่มีปัญหา เช่น ฟันแตกฟันหักจากอุบัติเหตุ ผู้ที่มีฟันห่าง ผู้ที่รากฟันเดิมมีปัญหา โดยใส่ติดร่วมกับครอบฟัน วัสดุเป็นไทเทเนียมหรือเซรามิกเซอร์โคเนีย ตัวรากเทียมจะยึดติดแน่นอยู่กับขากรรไกร รากฟันเทียมสามารถรองรับ ฟันปลอม ครอบฟัน สะพานฟัน และให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับฟันจริงตามธรรมชาติมากที่สุด มีลักษณะที่คล้ายฟันธรรมชาติ ติดแน่น และไม่ต้องถอดออก เมื่อเวลาผ่านไปตัวรากฟันเทียมจะยึดติดไปกับกระดูกของเรา รากฟันเทียมมีความทนทานมาก สามารถอยู่กับเราได้นานถึง 10 ปี หรืออาจจะอยู่กับเราได้ตลอดขึ้นอยู่กับการใช้งานและการดูแลรักษาช่องปากของเรา

รากฟันเทียม เชียงใหม่

 

รากฟันเทียมเหมาะกับใครบ้าง?

  1. ผู้ที่สูญเสียฟันธรรมชาติ ฟันหัก แตก หรือบิ่น ต้องได้รับการถอนออกโดยทันตแพทย์ และไม่ต้องการใส่ฟันปลอมแบบถอดได้ หรือทำฟันปลอมแบบถอดได้แต่ไม่สำเร็จ แต่ถ้าเกิดกรณีมีการอักเสบ ติดเชื้อในบริเวณฟันซี่นั้นจะไม่สามารถทำ รากฟันเทียม เชียงใหม่ ต้องทำการรักษาจากทันตแพทย์เสียก่อน
  2. ผู้ที่มีฟันที่ไม่แข็งแรง มีการบดเคี้ยวที่ไม่ดี
  3. ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป เพื่อให้กระดูกขากรรไกรเจริญเติบโตเต็มที่
  4. ผู้ที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง สามารถมาตามนัดได้อย่างสม่ำเสมอ และเอาใจใส่ทำความสะอาดช่องปากเป็นประจำ
  5. ผู้ที่มีสุขภาพเหงือกและฟันข้างเคียงโดยรวมที่ดี

รากฟันเทียม เชียงใหม่

 

ชนิดของรากฟันเทียม

ส่วนประกอบของรากฟันเทียม เชียงใหม่จะมีส่วนที่เป็นรากเทียมที่ฝังเข้าไปในกระดูกขากรรไกรลักษณะคล้ายกับน๊อตหรือสกรู และส่วนที่แทนตัวฟันเทียมวัสดุจะทำจากไททาเนียม ส่วนที่เป็นรากฟันเทียมจะแบ่งได้เป็น 3 ชนิด

  • Conventional Implant คือรากฟันเทียมทั่วไป มีขั้นตอนการทำปกติ
  • Immediate implant คือการฝังรากเทียมทันทีที่ถอนฟันออก โดยจะเหมาะสำหรับการทำฟันหน้า ต้องมีกระดูกเพียงพอที่รากฟันเทียมจะยึดอยู่ วิธีนี้ช่วยลดระยะเวลาลง ลดการเกิดเหงือกร่นและลดการละลายของกระดูก แต่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์
  • Immediate loaded implant ขั้นตอนการต่อของฟันเทียม เช่น การครอบฟันแบบชั่วคราวหรือถาวรทันทีที่ทำการฝังรากเทียม ช่วยให้มีฟันทันทีจึงเกิดความสวยงาม และร่นระยะเวลาการรักษา แต่ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์

รากฟันเทียม เชียงใหม่

 

ขั้นตอนการทำรากฟันเทียม

1.การคัดกรองผู้เข้ารับการรักษา ทันตแพทย์จะทำการเช็คสุขภาพช่องปาก เช็คสภาพเหงือกและกระดูก ทำการ x-ray พิมพ์ปาก เพื่อวางแผนการรักษาและเตรียมช่องปากให้พร้อม เช่น อุดฟัน กรอฟัน ขูดหินปูน ผู้ที่มีการอักเสบต้องทำการรักษาให้หายดีก่อน แล้วจึงจะเริ่มทำรากฟันเทียมเชียงใหม่

2.ผ่าตัดเพื่อฝังตัวรากเทียม โดยมีการฉีดยาชาหรือให้ดมยาสลบก่อน ในกรณีผู้ที่กระดูกละลายมากเกินไปหรือเหงือกไม่แข็งแรงพอต่อการรองรับรากฟันเทียม จึงต้องมีการผ่าตัดเพิ่มเพื่อเสริมกระดูกและเนื้อเยื่อของเหงือก เกิดขึ้นเฉพาะบางรายเท่านั้น หลังจากนั้นจึงค่อยนัดหมายเพื่อฝังรากเทียม

3.ทำครอบฟันหรือฟันเทียม ทำหลังจากการฝังรากเทียมแล้ว 3-6 เดือนเพื่อให้ฟันเทียมยึดกับกระดูกให้แน่นก่อน โดยจะพิมพ์ส่วนของรากฟันเทียมเพื่อทำตัวครอบรากฟันเทียม หลังจากนั้นแพทย์จะนัดมาเพื่อใส่ตัวครอบรากฟันเทียม

4.ตรวจเช็ครากฟันเทียม โดยแพทย์จะนัดทุก 1 เดือนหลังจากนั้นอาจเว้นระยะการนัดเข้าพบแพทย์ โดยผู้ที่ใส่รากฟันเทียมควรดูแลรักษาความสะอาดช่องปากให้ดี และมาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง

รากฟันเทียม เชียงใหม่

ทั้ง 4 ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนพื้นฐานของผู้ที่ทำการรักษาใส่รากฟันเทียม ไม่ว่าจะเป็นคลินิกรากฟันเทียมจะใช้วิธีการและขั้นตอนเหมือนกัน โดยดูจากสภาพช่องปากของคนไข้เป็นหลัก

 

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการฝังรากฟันเทียม

  1. พบแพทย์เพื่อเคลียร์ช่องปากให้เรียบร้อย
  2. พักผ่อนให้เพียงพอ รักษาสุขภาพให้แข็งแรง
  3. ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย

 

การใส่ฟันเทียมที่ทดแทนฟันได้หลายกรณี

  1. กรณีที่ฟันหายไป 1 หรือ 2 ซี่ สามารถใส่ฟันเทียมแบบรากฟันเทียมหรือสะพานฟัน แต่ที่นิยมกันคือการใส่รากฟันเทียม เพราะทำความสะอาดได้ง่ายกว่า ไม่ต้องกรอฟันที่อยู่ข้างเคียง
  2. กรณีที่ฟันหายไปหลายซี่ ถ้าตำแหน่งไม่ติดกัน สามารถใส่รากเทียมได้เลย แต่ถ้าหลายซี่ติดกัน จะทำการฝังรากฟันเทียมและทำรองสะพานฟัน เพื่อลดจำนวนรากฟันเทียมลง
  3. กรณีที่ฟันหายไปทั้งปากหรือเกือบหมดทั้งปาก รากฟันเทียมช่วยได้ โดยทันตแพทย์จพฝังรากฟันเทียมเชียงใหม่ประมาณ 4-8 ตัวต่อ 1 ขากรรไกร และแพทย์ยังสามารถช่วยให้ฟันเทียมแบบถอดได้แน่นขึ้น ไม่ต้องใส่ตะขอฟันปลอม

 

การดูแลรักษาหลังจากทำรากฟันเทียม

  1. ควรหมั่นแปรงฟันให้สะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งและใช้ไหมขัดฟันหลังอาหาร
  2. ไม่ควรเก็บแทะอาหารที่แข็งมากเกินไป
  3. ดื่มน้ำสะอาดให้มาก 6-8 แก้วต่อวันช่วยเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายและช่วยให้รู้สึกสบายขึ้น
  4. งดแอลกอฮอล์และหลีกเลี่ยงบุหรี่ทั้งก่อนและหลังผ่าตัดฝังรากเทียม
  5. พบแพทย์ตามนัดทุกครั้งและทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

รากฟันเทียม เชียงใหม่

 

ประโยชน์ของการทำรากฟันเทียมเชียงใหม่

การทำรากฟันเทียมสำหรับผู้ที่ประสบปัญหานั้นมีประโยชน์มากมาย

  1. เสริมบุคลิคภาพเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณเวลายิ้ม
  2. การทำรากฟันเทียมนั้นคุณจะได้รับฟันที่ดูสวยงามเป็นธรรมชาติ
  3. ไม่ต้องกรอฟันที่อยู่ข้างเคียง
  4. การใส่รากฟันเทียมจะไม่ทำให้คุณมีปัญหาเวลาออกเสียง
  5. สามารถใช้ฟันบดเคี้ยวอาหารได้ดี
  6. รักษาความสะอาดง่ายโดยดูแลเหมือนฟันธรรมชาติได้เลย
  7. สามารถใช้ร่วมกับฟันปลอมแบบถอดได้ช่วยให้แน่นขึ้นและรู้สึกแน่นขึ้น
  8. มีความอับชื้นโดยอยู่กับเราได้นานเป็น 10 ปีหรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา

รากฟันเทียม เชียงใหม่

 

ข้อเสียของการทำรากฟันเทียม

การทำรากฟันเทียมนั้นยังมีข้อ จำกัด อยู่

  1. ราคาแพงด้วยเทคโนโลยีที่ต้องใช้เครื่องมือที่มีราคาสูงและผลที่ได้รับโดยปกติแล้วค่าที่ใช้จะอยู่ที่ 29,000 – 60,000 บาทต่อซี่อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม อยู่ที่คลีนิคทันแพทย์เครื่องมือรากฟันเทียมราคาคร่าวๆจะอยู่ประมาณนี้
  2. ต้องทำการแก้ไขโดยการฉีดยาชาหรือดมยาสลบบางครั้งอาจต้องผ่าตัดหลายครั้งและต้องมีการพักฟื้น
  3. ใช้ระยะเวลาในการผ่อนชำระ 3-6 เดือนที่ได้รับรางวัล

จะมีการใช้จ่ายที่สูง แต่ผลที่ออกมาก็คุ้มค่ามากถ้าใครที่มีเงินก็จะต้องขอแนะนำให้ใช้และจะต้องมีระบบการผ่อนปรนที่ได้รับแล้ว เลือกทำรากฟันเทียม เชียงใหม่ก็แล้วแต่เราสะดวกได้รับเพียงแค่คลีนิคเท่านั้นที่มีความปลอดภัย

จัดฟันเหล็ก เชียงใหม่
ทันตกรรมเชียงใหม่

ทันตกรรมเชียงใหม่ แต่คลินิกจะคิดค่าบริการจัดฟันต่างกันไป ตามแต่ละรูปแบบ

ฟันซ้อน ฟันเก ฟันเหยิน สารพัดปัญหาฟันที่ไม่สวยงามซึ่งมันคงส่งผลต่อความมั่นใจในบุคลิกไม่น้อยเลย การจัดฟันถือเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด แต่ว่าการจัดฟันที่ ทันตกรรมเชียงใหม่ ราคาก็มีหลากหลายแตกต่างกันไป สำหรับใครที่สนใจการจัดฟันและกำลังหาข้อมูลเพื่อเปรียบราคาแต่ละแบบอยู่ วันนี้สามารถคำตอบได้ที่นี่เลยค่ะ

1.Metal Braces การจัดฟันแบบเครื่องมือโลหะติดแน่นที่ด้านนอก มีการใช้ลวดโลหะร้อยผ่านเครื่องมือและใช้ยาง O-Ring รัดเพื่อยึดเครื่องมือกับลวดเข้าด้วยกัน เป็นวิธีการที่นิยมมากที่สุดและมองเห็นกันไปทั่วไป ราคาย่อมเยาที่สุดคือ 30,000-45,000 บาท

ทันตกรรมเชียงใหม่

 

2.Light Lingual การจัดฟันแบบเครื่องมือโลหะติดแน่นด้านใน เครื่องมือที่ใช้ติดตั้งจะถูกออกแบบมาให้เข้าลักษณะเฉพาะของฟันแต่ละซี่ มีลวดร้อยแต่ไม่มียาง O-Ring เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจัดฟันแต่ไม่อยากให้ใครเห็นเครื่องมืดจัดฟัน ข้อดีคือเจ็บน้อยกว่า ใช้เวลาจัดน้อยกว่า แต่ราคาค่อนข้างสูงคือ ปกติคลินิกทันตกรรมเชียงใหม่จะคิดราคาอยู่ที่ 150,000-180,000 บาท

ทันตกรรมเชียงใหม่

 

3.Ceramic Braces วิธีนี้จะคล้ายกับวิธี Metal Braces มีการใช้ลวดและรวด O-Ring เหมือนกัน เพียงแต่ว่าเครื่องที่ใช้ติดฟันนั้นทำจากเซรามิคที่มีสีใกล้เคียงกันฟัน ทำให้มีข้อดีคือมองเผินๆจะไม่สังเกตว่ากำลังจัดฟันอยู่ ราคาจัดประมาณ 75,000-80,000 บาท

ทันตกรรมเชียงใหม่

 

4.Damon System การจัดฟันแบบดามอนจะใช้เครื่องมือโลหะติดแน่นที่ผิวฟันเช่นฟัน แต่เครื่องมือจะมีลักษณะเป็นแบบบานพับเปิดปิดเพื่อล็อคลวดจัดฟัน ดังนั้นจึงไม่ต้องใส่ยาง O-Ring มีผลการวิจัยรับรองว่าการจัดวิธีนี้ช่วยลดระยะเวลาการจัดลงได้ เจ็บน้อยกว่าเพราะส่วนมากแล้วไม่ต้องถอนฟัน ไม่จำเป็นต้องมาพบทันตแพทย์บ่อยเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องมือ ดังนั้นราคาจะสูงกว่าจัดแบบธรรมดาคือ 50,000-100,000 บาท

ทันตกรรมเชียงใหม่

 

5.Braces Lingual จะคล้ายคลึงกับวิธี Light Lingual เพียงแต่เครื่องมือที่จะใช้จัดจะถูกออกแบบให้ติดแน่นพอดีกับรูปร่างของฟันแต่ละซี่แบบ 100% จึงต้องพิมพ์ฟันอย่างละเอียดเพื่อทำเครื่องมือ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจัดแต่ไม่อยากให้ใครเห็นเครื่องมือจัดฟันเช่นกัน ราคาแพงกว่าแบบ Light Lingual เล็กน้อย

ทันตกรรมเชียงใหม่

 

6.Invisalign เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการจัดฟันโดยเป็นการจัดเป็นใสและสามารถถอดเข้าออกได้ง่าย วัสดุที่ใช้จัดฟันนั้นใสและบางมาก จึงมองไม่เห็นเลยว่ากำลังจัดฟันอยู่ ข้อดีมีเยอะมากคือ เจ็บน้อย ดูแลรักษาทำความสะอาด ไม่ส่งผลต่อบุคลิกภาพ เป็นวิธีการจัดฟันที่ศิลปินดารานิยมกันมากที่สุด แต่ราคาค่อนข้างสูงมากคือ 70,000-200,000 บาท

ทันตกรรมเชียงใหม่

จะเห็นได้ว่าการจัดฟันทันตกรรมเชียงใหม่ ราคามีหลายแบบและมีหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีอาจจะไม่เหมาะกับสภาพช่องปากของแต่ละคน ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจจัดฟัน ควรเข้าพบทันตแพทย์ก่อนเพื่อประเมินปัญหาฟันและสุขภาพช่องปาก จะได้เลือกวิธีจัดที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด